ทำไม SME ไทยต้องวางแผน Cash Flow ล่วงหน้า 3 เดือน? (ฉบับคนทำธุรกิจจริง)

Written by

in

สวัสดีครับ ผม “จ่าวิท” จาก PhranakornSoft ครับ วันนี้ผมอยากมาคุยเรื่องที่คนทำธุรกิจ SME มักจะมองข้าม จนบางครั้งถึงขั้นทำให้บริษัทต้องปิดตัวลง นั่นก็คือเรื่องของ “กระแสเงินสด” หรือ Cash Flow นั่นเองครับ

ช่วงนี้เศรษฐกิจบ้านเราค่อนข้างผันผวน หลายคนบ่นว่ายอดตก แต่เชื่อไหมครับว่า บางบริษัทที่ผมไปเป็นที่ปรึกษาให้ ยอดขายพุ่งกระฉูดทะลุเป้า แต่เจ้าของกลับเดินมาบอกผมหน้าเครียดว่า “พี่วิทครับ เดือนนี้ผมไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน” ฟังดูย้อนแย้งใช่ไหมครับ? แต่นี่คือเรื่องจริงที่เจ็บปวดในวงการธุรกิจครับ

ยอดขายหลักล้าน แต่ตายเพราะ “เงินช็อต”

ในวงการ IT หรือการทำซอฟต์แวร์ที่ผมคลุกคลีอยู่ เรามักจะเจอลูกค้าองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานราชการที่มี Credit Term 60 วันบ้าง 90 วันบ้าง กว่าจะตรวจรับงานผ่าน กว่าจะวางบิล กว่าเช็คจะออก… แต่ในขณะเดียวกัน ค่าไฟ ค่าเช่าออฟฟิศ และที่สำคัญคือเงินเดือนน้องๆ โปรแกรมเมอร์ เราต้องจ่ายตรงเป๊ะทุกเดือนครับ

ถ้าเราดูแค่ตัวเลขกำไรขาดทุนในกระดาษ เราอาจจะคิดว่าเรารวยแล้ว แต่ถ้าเงินสดในบัญชีไม่มีจ่าย นั่นแหละครับที่เรียกว่าอาการ “เงินช็อต” ซึ่งเป็นฝันร้ายที่สุดของคนเป็นเจ้าของกิจการเลยครับ

ทำไมต้องวางแผนล่วงหน้า “3 เดือน”?

จากประสบการณ์การทำธุรกิจของผม การทำ Cash Flow Projection หรือคาดการณ์กระแสเงินสดล่วงหน้า 3 เดือน คือตัวเลขที่ “กำลังดี” และเหมาะสมที่สุดสำหรับ SME ไทยครับ เพราะอะไร? ลองดูเหตุผลเหล่านี้ครับ

  • ครอบคลุมรอบการจ่ายเงิน (Credit Term): 3 เดือน หรือ 90 วัน คือระยะเวลามาตรฐานที่ครอบคลุมรอบการวางบิลและเก็บเงินของธุรกิจส่วนใหญ่ครับ ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าเงินก้อนใหญ่จะเข้าช่วงไหน และรายจ่ายหนักๆ จะออกช่วงไหน
  • ซื้อเวลาหาทางออกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน: สมมติว่าลูกค้าขอเลื่อนจ่ายเงิน หรือมีโปรเจกต์โดนยกเลิกกะทันหัน การรู้สถานะการเงินล่วงหน้า 3 เดือน ทำให้เรามีเวลาเดินไปคุยกับแบงก์เพื่อขอสินเชื่อ หรือหาแหล่งเงินทุนสำรองได้ทันครับ ไม่ใช่รู้ตัววันนี้ พรุ่งนี้เงินหมด แบบนั้นหน้าไหนก็ช่วยไม่ทันครับ
  • ลดความเครียดของเจ้าของกิจการ: เชื่อผมเถอะครับ การตื่นมาแล้วรู้ว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าบริษัทเรายังมีเงินจ่ายพนักงานแน่ๆ มันทำให้เราสมองโล่ง และมีสมาธิไปโฟกัสกับการบริหารงานหรือหาลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ครับ

คำแนะนำทิ้งท้ายจากผม

สำหรับใครที่ยังไม่เคยทำ ลองเริ่มง่ายๆ ด้วยการจดรายจ่ายประจำ (Fixed Costs) ของแต่ละเดือนออกมาก่อนครับ แล้วค่อยไปดูว่าเงินสดที่เรามีในมือ รวมกับเงินที่คาดว่าจะเก็บได้ชัวร์ๆ มันพอกับรายจ่ายในอีก 90 วันข้างหน้าไหม

จำคำนี้ไว้นะครับ “กำไรคือความเห็น แต่กระแสเงินสดคือความจริง” ขอให้ทุกท่านประคองธุรกิจและวางแผนการเงินให้ผ่านช่วงเศรษฐกิจผันผวนนี้ไปให้ได้ครับ มีข้อสงสัยเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจหรือระบบ IT ทักทายมาคุยกับผมได้เสมอ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *